ครบหนึ่งสัปดาห์แล้วสำหรับข่าวค(ร)าวของสองคนวงการมายา 'ฟิล์มและแอนนี่' ที่ยึดพื้นที่ขาวได้อย่างเหนียวแน่น และนับวันเรื่องราวมันก็ยิ่งยุ่งเหยิงขึ้นเรื่อยๆ ทั้งๆที่คนที่ได้ชื่อว่า "ผู้ใหญ่" บอกออกมาเองว่าอยากให้เรื่องนี้ยุติโดยเร็ว แต่มันจะยุติได้อย่างไร ในเมื่อนับวันก็ยิ่งมีการสาวไส้เรื่องราวต่างๆขึ้นมามากมาย พร้อมกับผุดตัวละครใหม่ขึ้นมาเรื่อยๆ โดยที่ตอนนี้บอกตรงๆว่ายังมองไม่เห็นจุดสิ้นสุดของกรณีนี้
จากแค่เรื่องฟิล์มกับแอนนี่ ตอนนี้เริ่มกลายเป็น ฟิล์ม-แอนนี่-จุ๊น-และอีกสองคน ตามที่ผู้ใหญ่ได้เปิดเผยข้อมูลออกมา และต่างก็ตกเป็นหัวข้อสนทนาในหมู่คนแทบจะทุกวงการ แต่ดูแบบง่ายๆ การเปิดเผยข้อมูลของคนที่ได้ขึ้นชื่อว่าผู้ใหญ่นั้นส่งผลในด้านลบทันทีแก่ฝ่ายหญิง และถ้าไม่ใช้ภาษาสวยหรูอะไรมากมาย ในสังคมคงมีหลายๆคนมองว่าแอนนี่เป็นผู้หญิง "ไม่ดี" (ไม่อยากใช้คำที่แรงกว่านี้ แต่เชื่อว่าหลายคนคงคิดถึงคำบางคำออก)
และจากการที่ข้อมูลนี้ถูกเปิดเผยออกมา กระแสที่ตามมาแทบจะทันทีเช่นเดียวกันนั่นคือ "สมควรแล้วหรือที่นำเรื่องนี้ออกมาเปิดเผย" โดยเฉพาะกับคนที่ก่อนหน้านี้สังคมได้ยกย่องว่าทำตัวสมกับ "ความเป็นผู้ใหญ่" แต่เพียงสองวันให้หลัง จาก "Hero" กลายเป็น He is a man? นับว่าเป็นวิธีเหยียบย่ำผู้หญิงได้อย่างร้ายกาจ เพราะเรื่องแบบนี้สังคมยังมองว่าผู้หญิงหลายใจย่อมน่าเกลียดกว่า "ผู้ชายหลายใจ" เป็นไหนๆ
และไหนจะยังมีตัวละครเพิ่มมาอีก นั่นคืออดีตนักแสดงช่องสาม "จุ๊น" ที่ตอนนี้คงเหินฟ้าไปสู่ดินแดนแห่งเสรีภาพไปแล้วเรียบร้อย โดยเจ้าตัวก็ออกมาโต้ทันควันหลังจากที่ถูกเอี่ยวเข้าไปเสียเฉยๆ โดยเจ้าตัวบอกว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับฝ่ายหญิงเลย เป็นเพียงแค่คนรู้จักเฉยๆ และเคยเจอกันแค่ครั้งเดียว แต่เรื่องราวมันไม่จบเพียงแค่นี้เพราะต่อมาคนที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ใหญ่อีกคนก็โผล่มาแถลงข่าว(รายวัน)ว่าสิ่งที่ผู้ใหญ่คนแรกได้บอกไปคือเรื่องจริง นักแสดงชายได้โทรมาปรึกษาเรื่องฝ่ายหญิงจริง และก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงได้ออกมาให้สัมภาษณ์แบบนั้น
เรื่องราวเลยเริ่มลามไปใหญ่โต ต่างคนต่างมีเรื่องเล่า แฉรายวันออกมาเรื่อยๆ ถ้าเรื่องนี้เป็นฉากในละครน้ำเน่าที่ดูๆกันอยู่ เรื่องนี้คงอาจจะกวาดรางวัลมันทุกเวทีในช่วงต้นปีหน้าแน่ๆ เพราะแต่ละคนสวมบทบาทกันได้สมจริงอย่างเป็นที่สุด แต่สิ่งที่น่าขำมากถึงมากที่สุดคือ ทั้งสองสามสี่ฝ่าย (มันเยอะเหลือเกิน) ต่างลงท้ายความหมายเหมือนกันคือ "อยากให้เรื่องนี้จบ" ซึ่งมันขัดกับการกระทำอย่างสิ้นเชิง เพราะสิ่งที่ทำกันอยู่เหมือนพยายามจะทำให้มีภาคต่อไปเรื่อยๆ จนกว่า "สื่อฯ" จะเริ่มเบื่อกันไปเอง หรือสังคมจะเริ่มอิ่มตัวในการรับเรื่องนี้
คนที่เสพข่าวนี้ ก็คงอาจจะแบ่งเป็นสองฝ่าย หรือมากกว่านั้น แต่ทั้งนี้ทุกคนต่างมองไปที่จุดเดียวกันนั่นคือ สรุปแล้ว ใครเป็นพ่อของเด็กชายไร้เดียงสา "เหยื่อของผู้ใหญ่" ตัวจริง เด็กชายที่เกิดมาในช่วงที่สังคมช่างโสมม และเด็กคนนี้อาจโชคร้ายไปหน่อยตรงที่ดันเกิดมาเป็นลูกของ "คนมายา" ที่ดันทำผิดศีลธรรม หลายคนออกมาบอกว่าสงสารเด็ก แต่ไม่เห็นจะมีใครแสดงความจริงใจว่าสงสารเด็กจริงๆ ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ต่างก็ทำทุกๆอย่างที่ทำให้ตัวเองได้เปรียบที่สุด โดยไม่สนใจว่าอนาคตเด็กชายไร้เดียงสาคนนี้จะต้องเจอกับอะไรบ้างและจะมีชีวิตอย่างไร
ถ้าอยากให้เรื่องนี้ยุติ ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันหยุดให้ได้ โดยเฉพาะ "สื่อมวลชน" ที่ต้องหันกลับมามองว่าแท้ที่จริงแล้ววิชาชีพสื่อมวลชนนั้นคืออะไรกันแน่ กลับมาทบทวนจรรยาบรรณของสื่อฯว่าคืออะไร กลับมามองดูว่าหน้าที่ที่แท้จริงของอาชีพนี้คืออะไร กรุณาหยุดอ้างว่า "ต้องทำตามหน้าที่" เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้มันเกินเลยคำว่าหน้าที่ไปแล้ว มันเหมือนกับทำเพื่อ "ความสะใจ" โดยไม่คำนึงถึงหลักสิทธิส่วนบุคคล ไม่คำนึงถึงหลักจรรยาบรรณของสื่อฯ
เราซึ่งเรียนมาทางสื่อมวลชนโดยตรง แม้ว่าในตอนนี้จะไม่ได้ประกอบอาชีพนี้ก็ตาม แต่สิ่งหนึ่งที่ได้ร่ำเรียนมาและจำได้ขึ้นใจนั่นคือ "สื่อมวลชน" คือ "สุนัขเฝ้าบ้าน" เมื่อมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น หน้าที่ของสื่อฯที่ได้ชื่อว่าเป็น "ฐานันดรที่สี่" ของสังคมจะต้องเห่าเพื่อบอกให้เจ้าบ้านได้รู้ถึงสิ่งผิดปกตินั่น โดยอยู่บนพื้นฐานการเคารพสิทธิส่วนบุคคล แต่ในปัจจุบันกลับกลายเป็น "สุนัขล่าเนื้อ" ที่พร้อมจะออกล่าเหยื่อที่สามารถล่าได้ โดยไม่คำนึงถึงความถูกต้องและความเหมาะสม และยังมีบางส่วนเป็น "สุนัขรับใช้" ที่อ้าปากเพียงรอชิ้นเนื้อโดยไม่สนว่าชิ้นเนื้อนั้นจะได้มาด้วยวิธีการที่ถูกต้องหรือไม่ จนสุดท้ายแล้วไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร ความรับผิดชอบในการนำเสนอก็จะหายออกไปจากจิตสำนึก หรือเข้าใจง่ายๆคือ "ปัดความรับผิดชอบให้พ้นตัว"
เรื่องนี้เริ่มต้นเพราะสื่อฯ ฉะนั้น สื่อฯก็ควรจบเรื่องนี้ด้วยความรับผิดชอบและความถูกต้องเช่นกัน และสังคมเองก็ควรจะหันไปสนใจเรื่องที่สมควรจะสนใจมากกว่าเรื่องของคน "มายา"
(ข้อความทั้งหมดเกิดขึ้นจากความคิดเห็นส่วนตัว และไม่มีเจตนาจะพาดพิงใครให้เสียหาย หากมีข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยคะ)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น