อีกเพียงไม่กี่วัน ปีเสือดุก็จะผ่านไปแล้ว และก็ย่างเข้าสู่ปีกระต่าย
แต่ก็ไม่รู้ว่าปีกระต่ายที่กำลังจะมาถึงนั้นจะเป็นกระต่ายดุอีกหรือเปล่า
ตลอดปีที่ผ่านมา ประเทศไทยต้องเผชิญกับปัญหานานับประการ
และที่ร้ายแรงมาตลอดปีก็คงหนีไม่พ้น "ความแตกต่างทางความคิด" ทางด้านการเมือง
ถ้ามันจะเป็นเพียงแค่ความแตกต่างทางความคิดเห็นทางการเมืองโดยที่ไม่แตกแยก มันก็จะเป็นอะไรที่ดีเยี่ยม เพราะประเทศเราอยู่ในระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย ทุกคนย่อมมีสิทธิในการแสดงความคิดเห็นภายใต้กรอบกฏหมาย
แต่ที่เกิดขึ้นมาตลอดปีนั่นกลับ"ไม่ใช่"
เพราะไม่เพียงแค่ความแตกต่างเท่านั้น แต่มันกลับนำไปสู่"ความแตกแยก"ทางสังคมด้วย
จริงอยู่ว่าการแสดงออกซึ่งความนิยมชมชอบ หรือการฝักใฝ่ทางด้านการเมืองย่อมมีสิทธิ์ที่จะกระทำได้ หากทำภายใต้กฏหมายที่ได้ระบุไว้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นมาตลอดปีนั้น ไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่ากลุ่มบางกลุ่มกำลังต้องการให้ความแตกแยกนี้ร้ายลึกจนถึงขั้นแบ่งแยกประเทศ
แม้อาจจะดูว่าเป็นการกล่าวหาที่ดูเกินจริงไปหรือเปล่า แต่ก็ไม่ควรปฏิเสธว่ายังมีกลุ่มคนบางกลุ่มที่ต้องการทำให้ประเทศแตกร้าวลึกจนถึงขั้นเปลี่ยนระบอบการปกครอง
สิ่งเลวร้ายที่คนไทยแทบทั้งประเทศคงไม่มีวันลืมได้คือเหตุการณ์ที่มีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งออกมาเรียกร้องหาความเป็นประชาธิปไตย โดยการกระทำขั้นสูงสุด "เผาบ้านเผาเมือง"
แม้ว่าเหตุการณ์ในครั้งนั้นทางการจะยังไม่สามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ทั้งหมด แต่เหตุการณ์นี้มันสมควร"ประณาม"มากกว่าจะ"สงสาร" ผู้ที่ถูกดำเนินคดี
จะเรียกร้องอะไรก็ตามแต่ จะปิดถนนสร้างความเดือดร้อนขนาดไหน หรือแม้แต่ใช้ความเป็นพวกมากเที่ยวกร่างไปทั่วท้องถนน แต่การเผาบ้านเผาเมือง นับเป็นการกระทำที่"ไม่มีความจำเป็นต่อการให้อภัย"
และหลังจากเหตุการณ์ที่เลวร้ายในครั้งนั้น มันก็มีเหตุการณ์ที่แม้จะไม่ได้ใหญ่โต แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันเป็น"เข็มเล็กๆ" ที่คอยทิ่มแทงประเทศและไม่มีทีท่าว่าจะหยุด หากสิ่งที่พวกเขาต้องการยังไม่สำเร็จ
ในปีหน้าถึงแม้ว่าตามสถานการณ์แล้วอาจจะไม่มีอะไรรุนแรงเท่ากับปีนี้ แต่ก็ไม่ควรประมาท เพราะบางครั้ง "หมาจนตรอก" มันทำได้ทุกอย่าง
ปีนี้ได้แสดงศักยภาพแล้วว่าพวกเขาย่อมทำได้ทุกอย่างเพียงเพื่อความต้องการของคนนอกประเทศเพียงคนเดียว และในปีหน้าไม่เพียงแต่พวกที่ยังหลงใหลในความมืดดำของความอธรรม ผนวกกับพวกที่ต้องการขึ้นมาใหญ่แทนที่โดยใช้ชื่อของคนหนึ่งคนหากินไปเรื่อยๆ เหตุการณ์เลวร้ายอาจจะกลับมาอีกครั้ง และมันอาจจะร้ายแรงกว่าที่เคยเกิดขึ้น
ถ้าไม่อยากให้ความเลวร้ายกลับมาอีกครั้ง อย่าเพียงแค่สวดมนต์ภาวนาขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยคุ้มครอง แต่ควรจะใส่ใจและให้ความสนใจ พร้อมกับร่วมมือร่วมใจช่วยกันดูแลไม่ให้พวกอธรรมมาเหิมเกริมกระทำการอันบ้าบิ่น และมาบอกในภายหลังว่ามันเป็นสิทธิ์ของพวกเขาที่จะทำได้ โดยอ้างว่าต้องการเรียกร้องประชาธิปไตย
เพราะสิ่งที่พวกเขากระทำการทั้งหมด มันไม่ใช่การกระทำในระบบประชาธิปไตย แต่มันเป็นการกระทำในระบบเผด็จการคนหมู่มากที่พวกเขาเฝ้าสาดโคลนใส่คนอื่น
คนชั่ว คนเลวในบ้านเราไม่ได้มีเยอะนัก ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องมาช่วยกันกดคนชั่ว คนเลว ให้มันจมลงไปในดิน และอย่าให้มันกลับมาผยองแบบนี้อีก เพราะไม่อย่างนั้นต่อไปเราคงมีแต่ซากปรักหักพังที่เกิดจากไฟที่โหมไหม้ โดยการกระทำจากกลุ่มคนเพียงแค่หยิบมือเดียว
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น